ไม่ว่าจะเป็นวิวภูเขาสูงของประเทศจีน เส้นทางเดินเขาสุดท้าทายในเนปาล ภาพการอพยพของสัตว์ในทวีปแอฟริกา หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางประวัติศาสตร์อย่างมาชูปิกชู ล้วนแต่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นและน่าดึงดูดสำหรับนักเดินทางทั้งสิ้น
หลายคนวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วรถไฟ จองโรงแรม เช็กสภาพอากาศ วางแผนสถานที่ท่องเที่ยว อาหารที่จะรับประทาน หรือแม้แต่แผนการแต่งตัวในแต่ละวัน แต่กลับลืมเตรียมสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือ การเตรียมความพร้อมด้าน “สุขภาพ”
หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ “คลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง (Travel Medicine Clinic)” มาก่อน แต่จริง ๆ แล้วนี่คือหนึ่งในจุดแวะที่แพทย์แนะนำให้ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ควรไปพบก่อนออกเดินทางสักครั้ง
คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางคืออะไร?
คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางเป็นหน่วยบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ที่ให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพผู้ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านการท่องเที่ยว การทำงาน การศึกษาต่อ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหลังการเดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แพทย์ในคลินิกจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคติดต่อ วัคซีน และความเสี่ยงสุขภาพที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของโลก
ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้แวะก่อนเดินทาง?
1. ประเมินความเสี่ยงตามจุดหมายปลายทาง
โรคระบาดและความเสี่ยงด้านสุขภาพในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บางพื้นที่อย่างในทวีปแอฟริกามีความเสี่ยงเรื่อง ไข้เหลือง ไข้มาลาเรีย ซึ่งแม้อาจจะเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศเหล่านั้น แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่คนไทยเราอาจยังไม่คุ้นชินมากนัก
2. รับวัคซีนที่จำเป็นและทันเวลา
วัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องฉีดล่วงหน้าก่อน เช่น วัคซีนไข้เหลือง ซึ่งควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทางเข้าประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง วัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ หรือวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ ควรได้รับการประเมินและวางแผนการฉีดวัคซีนล่วงหน้า โดยแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งวัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องได้รับมากกว่า 1 เข็ม เช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าก่อนสัมผัสโรค (rabies pre-exposure prophylaxis) ซึ่งต้องได้รับ 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 7 วัน ดังนั้น การเข้ารับคำปรึกษาล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนการรับวัคซีนได้ครบถ้วนและพร้อมก่อนออกเดินทาง
3. เตรียมยาและอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น
นอกจากวัคซีน แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายยาป้องกันมาลาเรียสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมแนะนำอุปกรณ์ป้องกันยุงและแมลงที่เหมาะสมกับนักเดินทางในแต่ละราย รวมถึงให้คำแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง
4. ดูแลผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีความเสี่ยงด้านสุขภาพแตกต่างจากคนทั่วไปเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวจะช่วยประเมินความพร้อมของร่างกาย และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
5. ให้ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์และน่าเชื่อถือ
เนื่องจากสถานการณ์โรคติดต่อและข้อกำหนดด้านสาธารณสุขของแต่ละประเทศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางจึงติดตามข้อมูลและคำแนะนำล่าสุดจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำก่อนการเดินทาง
ใครบ้างที่ควรไปคลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง?
- ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่เสี่ยงต่อโรคติดเชื้อสูง เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ หรืออเมริกาใต้
- ผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ชนบทหรือห่างไกลจากสถานพยาบาล
- ผู้ที่เดินทางไปทำงานหรือศึกษาต่อระยะยาว
- อาสาสมัครหรือผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น การเดินป่า การเดินเขาสูง การดำน้ำ หรือการสัมผัสสัตว์
เตรียมตัวไปพบแพทย์อย่างไร?
ควรนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง และเตรียมข้อมูลให้พร้อม เช่น ประเทศและเมืองที่จะไป ระยะเวลาการเดินทาง ลักษณะกิจกรรม (เช่น เดินป่า ดำน้ำ ทำงานในชนบท) ประวัติวัคซีนที่เคยได้รับ และโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์เข้าใจรูปแบบการเดินทางและสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น ยิ่งเตรียมข้อมูลได้ละเอียด การวางแผนดูแลสุขภาพก่อนเดินทางก็จะยิ่งตรงกับความต้องการมากขึ้น
การเตรียมตัวที่ดี ช่วยให้เที่ยวได้อย่างมั่นใจ
การเดินทางที่ดีไม่ได้เริ่มต้นเมื่อถึงสนามบิน แต่เริ่มจากการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพตั้งแต่อยู่ที่บ้าน การแวะมาปรึกษาที่คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางอาจใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยให้คุณรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไร ป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา สุขภาพที่ดีคือเพื่อนร่วมทางที่สำคัญที่สุดในทุกการเดินทาง
บความโดย
พญ.มุทิตา พุ่มแก้ว
แพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ชั้นปีที่ 3





