ก่อนไปต่างประเทศ…ทำไมหมอถึงอยากให้คุณแวะ “คลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง” สักครั้ง?

4 August 2026

หลายคนวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วรถไฟ จองโรงแรม เช็กสภาพอากาศ วางแผนสถานที่ท่องเที่ยว อาหารที่จะรับประทาน หรือแม้แต่แผนการแต่งตัวในแต่ละวัน แต่กลับลืมเตรียมสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือ การเตรียมความพร้อมด้าน “สุขภาพ”

หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ “คลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง (Travel Medicine Clinic)” มาก่อน แต่จริง ๆ แล้วนี่คือหนึ่งในจุดแวะที่แพทย์แนะนำให้ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ควรไปพบก่อนออกเดินทางสักครั้ง

คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางเป็นหน่วยบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ที่ให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพผู้ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านการท่องเที่ยว การทำงาน การศึกษาต่อ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหลังการเดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แพทย์ในคลินิกจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคติดต่อ วัคซีน และความเสี่ยงสุขภาพที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของโลก

1. ประเมินความเสี่ยงตามจุดหมายปลายทาง

โรคระบาดและความเสี่ยงด้านสุขภาพในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บางพื้นที่อย่างในทวีปแอฟริกามีความเสี่ยงเรื่อง ไข้เหลือง ไข้มาลาเรีย ซึ่งแม้อาจจะเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศเหล่านั้น แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่คนไทยเราอาจยังไม่คุ้นชินมากนัก

2. รับวัคซีนที่จำเป็นและทันเวลา

วัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องฉีดล่วงหน้าก่อน เช่น วัคซีนไข้เหลือง ซึ่งควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทางเข้าประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง วัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ หรือวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ ควรได้รับการประเมินและวางแผนการฉีดวัคซีนล่วงหน้า โดยแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งวัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องได้รับมากกว่า 1 เข็ม เช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าก่อนสัมผัสโรค (rabies pre-exposure prophylaxis) ซึ่งต้องได้รับ 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 7 วัน ดังนั้น การเข้ารับคำปรึกษาล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนการรับวัคซีนได้ครบถ้วนและพร้อมก่อนออกเดินทาง

3. เตรียมยาและอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น

นอกจากวัคซีน แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายยาป้องกันมาลาเรียสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมแนะนำอุปกรณ์ป้องกันยุงและแมลงที่เหมาะสมกับนักเดินทางในแต่ละราย รวมถึงให้คำแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

4. ดูแลผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีความเสี่ยงด้านสุขภาพแตกต่างจากคนทั่วไปเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวจะช่วยประเมินความพร้อมของร่างกาย และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล

5. ให้ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์และน่าเชื่อถือ

เนื่องจากสถานการณ์โรคติดต่อและข้อกำหนดด้านสาธารณสุขของแต่ละประเทศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางจึงติดตามข้อมูลและคำแนะนำล่าสุดจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำก่อนการเดินทาง

  • ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่เสี่ยงต่อโรคติดเชื้อสูง เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ หรืออเมริกาใต้
  • ผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ชนบทหรือห่างไกลจากสถานพยาบาล
  • ผู้ที่เดินทางไปทำงานหรือศึกษาต่อระยะยาว
  • อาสาสมัครหรือผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น การเดินป่า การเดินเขาสูง การดำน้ำ หรือการสัมผัสสัตว์

ควรนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง และเตรียมข้อมูลให้พร้อม เช่น ประเทศและเมืองที่จะไป ระยะเวลาการเดินทาง ลักษณะกิจกรรม (เช่น เดินป่า ดำน้ำ ทำงานในชนบท) ประวัติวัคซีนที่เคยได้รับ และโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์เข้าใจรูปแบบการเดินทางและสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น ยิ่งเตรียมข้อมูลได้ละเอียด การวางแผนดูแลสุขภาพก่อนเดินทางก็จะยิ่งตรงกับความต้องการมากขึ้น

บทความอื่นที่น่าสนใจ

17 September 2026
บทความทั่วไป
ยุโรปร้อนกว่าที่คิด! ถ้าเจอ Heat Wave ต้องทำอย่างไร

ภาพจำของยุโรปอาจเป็นอากาศเย็น เดินเล่นได้ทั้งวัน และกลางคืนต้องมีเสื้อคลุม แต่หน้าร้อนของยุโรปในปัจจุบันอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป รายงานภูมิอากาศยุโรปฉบับล่าสุดระบุว่า คลื่นความร้อนในปี 2025 แผ่ตั้งแต่บริเวณอาร์กติกถึงแถบเมดิเตอร์เรเนียน[1] ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุในเดือนกรกฎาคม 2026 ว่า หลายพื้นที่ของยุโรปกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจากคลื่นความร้อน ระดับ “ปานกลาง” และบางประเทศมีอุณหภูมิ สูงกว่า 40°C[2]   สำหรับนักเดินทาง ความร้อนจึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “เที่ยวไม่สนุก”แต่อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ควรวางแผนเตรียมรับมือตั้งแต่ก่อนออกจากโรงแรม ทำไมอุณหภูมิ 32°C จึงอาจร้อนกว่าที่คิด? อย่าประเมินความเสี่ยงจากอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวเดินกลางแจ้งต่อเนื่องหลายชั่วโมง เดินขึ้นลงเนินหรือบันได แบกสัมภาระ และบางครั้งนอนน้อยจาก jet lag ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ร่างกายของผู้ที่เดินทางมาจากสภาพอากาศที่ต่างกันอาจยัง ไม่คุ้นชินกับความร้อน และที่พักหลายแห่งในยุโรปได้รับการออกแบบมาเพื่อเก็บความอบอุ่น จึงอาจไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือระบายความร้อนได้ดี ทำให้อุณภูมิในห้องสูงต่อเนื่องและรบกวนการนอน ใครควรระวังเป็นพิเศษ? ความร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพิ่มภาระต่อระบบไหลเวียนโลหิต และอาจกระตุ้นโรคประจำตัวเดิม ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากอากาศร้อนเพิ่มขึ้น[3] ขณะที่คนวัยหนุ่มสาวก็เกิดฮีตสโตรกได้ โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหนัก เช่น ปีนเขา วิ่ง หรือปั่นจักรยานกลางแดดเป็นเวลานาน กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ก่อนออกจากโรงแรม เตรียมตัวอย่างไร? หลักง่ายๆ คือ […]

Heat-related
อ่านเพิ่มเติม
31 May 2026
บทความทั่วไป
ฉีดวัคซีนไข้เหลืองที่ไหนให้ปลอดภัยและได้รับหนังสือรับรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย?

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ มีเรื่องสำคัญด้านสุขภาพอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง” (Yellow Fever Vaccine) หลายคนทราบดีว่าวัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันโรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะและพบได้ในหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แต่สิ่งที่นักเดินทางจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่ทราบ คือ การได้รับวัคซีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับ “หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” (International Certificate of Vaccination or Prophylaxis: ICVP) ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วัคซีนไข้เหลืองสำคัญต่อการเดินทางอย่างไร? หลายประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนไข้เหลืองก่อนออกวีซ่าหรือก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค แม้บางประเทศอาจไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่ผู้เดินทางที่มีแผนไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคก็ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนและลดความเสี่ยงจากติดเชื้อไข้เหลืองระหว่างการเดินทาง กลับประเทศไทย ต้องแสดงเอกสารอะไรบ้าง? แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่เคยมีการระบาดของโรคไข้เหลือง แต่ประเทศไทยมียุงพาหะที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากมีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศ อาจก่อให้เกิดการระบาดในประเทศไทยได้ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้โรคไข้เหลืองเป็นโรคติดต่ออันตราย และมีมาตรการควบคุมโรคสำหรับผู้เดินทางที่มาจาก หรือแวะต่อเครื่อง (Transit) ใน 42 ประเทศเขตติดโรคไข้เหลือง ผู้เดินทางเหล่านี้จะต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนไข้เหลืองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หนังสือรับรองจะมีผลใช้ได้เมื่อพ้น 10 วันหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งแรก หรือมีผลทันทีในกรณีที่เป็นการฉีดกระตุ้น (revaccination) และมีอายุการใช้บังคับตลอดชีพของผู้เดินทางนั้น หากไม่สามารถแสดงเอกสารได้ หรือเอกสารไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยังไม่มีผลบังคับใช้ […]

ICVP
yellow fever
หนังสือรับรอง
ไข้เหลือง
อ่านเพิ่มเติม
24 May 2026
บทความทั่วไป, บทความทางการแพทย์
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสอีโบลา (Ebola)

รู้ก่อนเดินทาง กับหมอ Travel Med 🌍 หลายๆ ท่านอาจจะตกใจตอนเห็นข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบลา (Ebola virus disease: EVD) หลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า สงสัยผู้ติดเชื้อประมาณ 600 ราย และเสียชีวิตประมาณ 139 ราย บริเวณเมือง Ituri และ North Kivu ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และ บริเวณเมือง Kampala ประเทศยูกันดา ร่วมกับมีประกาศว่าโรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันนะ ถึงแม้โรคนี้จะมีการระบาดรุนแรงในประเทศ และมีความเสี่ยงสูงในระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในระดับโลก (global level) ถ้าใครติดตามข่าวมาตลอด การระบาดของโรคอีโบลาก็วนกลับมาอีกรอบ หลังจากมีการระบาดใหญ่ ไปเมื่อ 2014 […]

ebola
Thaitravelmed
รู้ก่อนเดินทาง
อัปเดตโรคระบาด
อ่านเพิ่มเติม