หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ มีเรื่องสำคัญด้านสุขภาพอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง” (Yellow Fever Vaccine)
หลายคนทราบดีว่าวัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันโรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะและพบได้ในหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แต่สิ่งที่นักเดินทางจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่ทราบ คือ การได้รับวัคซีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับ “หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” (International Certificate of Vaccination or Prophylaxis: ICVP) ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วัคซีนไข้เหลืองสำคัญต่อการเดินทางอย่างไร?
หลายประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนไข้เหลืองก่อนออกวีซ่าหรือก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค
แม้บางประเทศอาจไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่ผู้เดินทางที่มีแผนไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคก็ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนและลดความเสี่ยงจากติดเชื้อไข้เหลืองระหว่างการเดินทาง
กลับประเทศไทย ต้องแสดงเอกสารอะไรบ้าง?
แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่เคยมีการระบาดของโรคไข้เหลือง แต่ประเทศไทยมียุงพาหะที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากมีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศ อาจก่อให้เกิดการระบาดในประเทศไทยได้
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้โรคไข้เหลืองเป็นโรคติดต่ออันตราย และมีมาตรการควบคุมโรคสำหรับผู้เดินทางที่มาจาก หรือแวะต่อเครื่อง (Transit) ใน 42 ประเทศเขตติดโรคไข้เหลือง

ผู้เดินทางเหล่านี้จะต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนไข้เหลืองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ หนังสือรับรองจะมีผลใช้ได้เมื่อพ้น 10 วันหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งแรก หรือมีผลทันทีในกรณีที่เป็นการฉีดกระตุ้น (revaccination) และมีอายุการใช้บังคับตลอดชีพของผู้เดินทางนั้น
หากไม่สามารถแสดงเอกสารได้ หรือเอกสารไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยังไม่มีผลบังคับใช้ ผู้เดินทางอาจถูกดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุข เช่น ถูกสั่งแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตตามที่เจ้าหน้าที่เห็นสมควร
ปัญหาที่พบมากขึ้น: การรับวัคซีนไข้เหลืองจากหน่วยงานที่ไม่ได้รับมอบอำนาจในการออกหนังสือรับรองวัคซีนไข้เหลือง
ในช่วงที่ผ่านมา แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการออกหนังสือรับรองวัคซีนไข้เหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรณีที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผู้เดินทางได้รับวัคซีนจากสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ไม่ได้รับอนุญาตในการออกหนังสือรับรองจากกรมควบคุมโรค เมื่อใกล้วันเดินทางจึงนำหลักฐานการฉีดวัคซีนมาขอให้หน่วยงานอื่นออกเอกสารรับรองย้อนหลัง
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่ไม่สามารถออกหนังสือรับรองแทนได้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบหรือรับรองคุณภาพของวัคซีนที่ได้รับจากหน่วยงานอื่น รวมถึงไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของกระบวนการให้บริการได้
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการออกเอกสารรับรองที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ผู้เดินทางประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง หรืออาจเข้าข่ายการใช้เอกสารที่ไม่ถูกต้องโดยไม่รู้ตัว
ความเสี่ยงที่มากกว่าเรื่องเอกสาร
การรับวัคซีนไข้เหลืองจากหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะเรื่องเอกสารเท่านั้น
วัคซีนไข้เหลืองเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine) ซึ่งมีข้อห้ามใช้และข้อควรระวังในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้สูงอายุบางราย
การประเมินก่อนฉีดวัคซีนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับวัคซีนมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม ได้รับข้อมูลเรื่องประโยชน์และความเสี่ยงอย่างครบถ้วน และได้รับวัคซีนอย่างปลอดภัย
คำแนะนำสำหรับผู้เดินทาง
ก่อนเข้ารับบริการวัคซีนไข้เหลือง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลที่ท่านจะเข้ารับบริการเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สามารถออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ICVP) ได้อย่างถูกต้อง
การรับวัคซีนจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตไม่เพียงช่วยให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอกสารรับรองที่ได้รับสามารถใช้ประกอบการเดินทางระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นทั้งในประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง และเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย
สมาคมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวไทย จึงอยากขอเน้นย้ำให้ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้เหลืองในประเทศไทย อย่าลืมตรวจสอบรายชื่อหน่วยงาน หรือสถานพยาบาลที่ได้รับมอบอำนาจจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก่อนฉีดวัคซีนไข้เหลืองทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับทั้งการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ และเอกสารรับรองที่สามารถใช้ได้จริงในการเดินทางระหว่างประเทศ
- คำสั่งกรมควบคุมโรค ที่ 2094/2566 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
- คำสั่งกรมควบคุมโรคที่ 1535/2567 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ฉบับที่ 2)
- คำสั่งกรมควบคุมโรคที่ 333/2568 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ฉบับที่ 3)
หมายเหตุ:
ก่อนเข้ารับบริการ ผู้ที่ต้องการรับวัคซีนไข้เหลืองควรตรวจสอบไปยังหน่วยงานดังกล่าวอีกครั้ง ว่าสามารถให้บริการวัคซีนไข้เหลืองได้หรือไม่ เนื่องจากบางหน่วยงานอาจไม่มีวัคซีนเตรียมไว้ให้บริการตลอดเวลา
สุดท้ายนี้…
- 🌍 เดินทางไปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ อย่าลืมตรวจสอบความจำเป็นในการฉีดวัคซีนไข้เหลือง
- 📖 รับวัคซีนพร้อมหนังสือรับรอง ICVP จากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
- ⚠️ เอกสารไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อการเดินทางและการเข้าประเทศ
- 👨⚕️ ปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางเพื่อความปลอดภัยและการเตรียมตัวที่เหมาะสม
- ✈️ เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนออกเดินทางในกรณีฉีดวัคซีนครั้งแรก
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2559
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่หรือเมืองท่านอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคไข้เหลือง พ.ศ. 2560
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้เหลือง พ.ศ. 2560
- ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง การออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พ.ศ. 2566
- ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง การออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567
- คำสั่งกรมควบคุมโรค ที่ 2094/2566 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
- คำสั่งกรมควบคุมโรคที่ 1535/2567 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ฉบับที่ 2)
- คำสั่งกรมควบคุมโรคที่ 333/2568 เรื่อง มอบหมายผู้ที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ฉบับที่ 3)
- Countries with risk of yellow fever transmission and countries requiring yellow fever vaccination (November 2022) from WHO website: https://cdn.who.int/media/docs/default-source/travel-and-health/countries-with-risk-of-yellow-fever-transmission.pdf




