บทความ
โดย ศ.นพ.มุกดา ตฤษณานนท์ การเดินทางท่องเที่ยวตามป่าเขาและทุ่งนา อาจพบกับพวกงูบางชนิด ซึ่งเป็นงูมีพิษ และอาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังจะได้กล่าวต่อไป งูเห่าเป็นสัตว์ที่มีพิษ ซึ่งมีผลต่อประสาท พบได้ทั่วไปในประเทศไทย งูเห่าจะแผ่แม่เบี้ยเห็นชัดเจน ที่หัวมีดอกจันท์ บางชนิดอาจจะไม่มีการก็ได้ ลำตัวสีค่อนข้างดำ งูโดยมากมักจะหนี ไม่ใช่จะกัดเราง่าย ๆ นอกจากจะไปเหยียบตัวงูเข้า หรืองูตกใจ ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกกัดมักจะไปเหยียบ งูจะฉกกัดทันทีอย่างรวดเร็ว บางทีเรามองไม่เห็นงูด้วยซ้ำไป งูมักจะอยู่ในที่มืด เช่น ตามใต้ท่อนไม้ซึ่งผุ ตามใต้ก้อนหินหรือหลบอยู่ตามพงหญ้า ตามทุ่งนาเป็นต้น งูมีพิษจะมีเขี้ยว 2 เขี้ยว เมื่อฉกกัดจะเห็นเป็นรอยเขี้ยวเป็นรู 2 รู มีเลือดออกซิบ ๆ มีอาการเจ็บ เสียวแปลบ ปวดมากพอสมควร ผู้ถูกกัดจะรู้สึกทันที ถ้าถูกกัดด้วยงูเห่าซึ่งมีตัวใหญ่ และปล่อยพิษเข้าไปมาก จะเกิดอาการภายใน 20 นาที อาการจะเริ่มต้นด้วยมีอาการงงที่ศรีษะ, ปวดเมื่อย ต่อไปมีอาการหนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น […]
รศ.รท.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ ไข้เลือดอออกจัดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ซึ่งมี 4 ชนิด คือ เด็งกี่-1 ถึง 4 โดยมียุงลายซึ่งมักหากินในเวลากลางวันเป็นพาหนะนำโรค พบผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 50,000 -100,000 ราย เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกร่วมด้วยประมาณร้อยละ 5 และเป็นผู้ป่วยเสียชีวิตประมาณปีละ 100-400 ราย ในบางปีที่มีการระบาดใหญ่พบผู้ป่วยกว่าแสนรายต่อปี แต่เดิมผู้ป่วยไข้เลือดออกมักพบเด็กเล็ก แต่ในระยะหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าสังเกตว่า อายุของผู้ป่วยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น และในปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กโตและผู้ใหญ่ ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกไปยังประเทศต่าง ๆทั่วโลก อาจเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจากสังคมมาเป็นชุมชนชาวเมือง สภาพชุมชนแออัดที่มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเพิ่มขึ้น การควบคุมปะชากรยุงและการควบคุมโรคที่ขาดประสิทธิภาพและการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกสิ่งที่ควรรู้ ผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการไข้สูงลอย หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเหมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และมีภาวะเลือดออก อาจเป็นจุดเลือดออกที่ผิวหนังซึ่งเกิดขึ้นเองหรือจากการรัดแขนที่เรียกว่าการทดสอบทูนิเกต์หรือมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร อาการของผู้ป่วยมี 3 ระยะคือ 1. ระยะไข้สูง เป็นระยะเวลา 3-7 วัน 2. ระยะวิกฤตเป็นระยะที่ผู้ป่วยมีอาการไข้ลดลง หากผู้ป่วยมีการรั่วของพลาสมาอาจเกิดภาวะช็อก โดยผู้ป่วยจะอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วและเบาลง […]
เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุษณีย์ สุทธิสารสุนทร จัดทำโดย คณะกรรมการแผ่นพับเพื่อการประชาสัมพันธ์คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สาเหตุของโรค ไข้ฉี่หนู เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีรูปร่างเกลียว มีชื่อว่า เลปโตสไปรา ( Leptospira ) จึงเรียกชื่อโรคนี้ว่าเลปโตสไปโรซิส ( Leptospirosis ) เชื้อนี้ทำให้เกิดโรคในคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว สุกร โค กระบือ ม้า แพะ แกะ ฯลฯ และที่สำคัญคือ หนู แต่สัตว์ต่าง ๆ อาจไม่แสดงอาการป่วย การติดต่อ โรคนี้ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยสัตว์ที่เป็นโรคนี้จะขับถ่ายเชื้อโรคออกมากับปัสสาวะ เชื้อจะอาศัยได้ในดินที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง และเข้าสู่คนทางผิวหนังอ่อน เช่น ชอกนิ้วมือและเท้า บาดแผลหรือเยื่อเมือก ดังนั้นมักจะพบโรคนี้ในคนที่ทำงานเกียวข้องกับสัตว์ […]
โดย อาจารย์นายแพทย์อานนท์ วรยิ่งยง ขนาดที่แน่นอนของปัญหาทางสุขภาพอันเนื่องจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) ทั่วโลกยังไม่ได้มีใครแสดงไว้แต่ก็พบว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญของสาธารณสุข ในปัจจุบันพบว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดได้แก่ เอดส์, ไวรัสตับอักเสบบี, แผลริมแข็ง, หนองใน, หนองในเทียม, แผลริมอ่อน, เริม การเคลื่อนย้ายประชากรกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นปัจจัยหนึ่งในการแพร่การกระจายเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้เดินทางอาจถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายประชากร ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และพากลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตัวเอง ตัวอย่างเช่น การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศทางยุโรปตะวันออกในปี ค.ศ. 1980 ทำให้เกิดการคลื่อนย้ายของประชาการจำนวนมากข้ามแนวชายแดนระหว่างประเทศ เช่นในประเทศตุรกี มีการเคลื่อนย้ายประชากรจากกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออกและสหภาพโซเวียตเก่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของประชาการในประเทศตุรกีด้วย หรือพบเช่นเดียวกันในกรณีของผู้หญิงที่มาจากสหภาพโซเวียตเก่าที่อพยพเข้าสู่ประเทศยุโรปใต้ การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปัจจุบันพบว่ามีส่วนในการทำให้เกิดการกระจายของเชื้อเอดส์ไปทั่วโลก ตัวอย่างเช่นมีชาวออสเตรเลียประมาณ 5 แสนคนต่อปีที่มีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชาวฟิลิปปินส์และไทย แล้วพบว่ามีจำนวนมากที่ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนั้นยังพบว่าการติดเชื้อไวรัสเอดส์อย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มชาวออสเตรเลียที่ไม่ได้มีมาตรการป้องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับหญิงขายบริการทางเพศในปะรเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากเมือง Victoria ในปี ค.ศ. 1991 พบว่าร้อยละ 44 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคหนองในเป็นผู้ชาย ซึ่งได้รับเชื้อหนองในมาจากต่างประเทศ โดยพบว่าผู้ที่ขายบริการทางเพศทั้งหญิงและชาย จะแพร่กระจายเชื้อได้ประมาณร้อยละ 68 และการมีประวัติว่าเคยเป็นโรคหนองในหรือโรคแผลริมอ่อน (chan-croid) มาก่อนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสเอสด์ ส่วนปัจจัยร่วมอื่นของการแพร่กระจายเชื้อไวรัสเอสด์ได้แก่ การเป็นหูดหรือเริมที่บริเวณอวัยวะเพศซึ่งพบได้บ่อยในประเทศออสเตรเลีย ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างเดินทาง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นโรคประจำถิ่นในประเทศกำลังพัฒนาในหลายประเทศ โดยมีเชื้อมากว่า 25 […]
