การแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน

15 September 2025

นพ. สกานต์ เจริญสกุลไชย โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และ
นพ. จิรัฏฐ์ สุขมี โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

ปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 1 ถึง 10 ของประชากรโลกแพ้อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง (1, 2) โดยอาหารที่แพ้บ่อยที่สุด ได้แก่ ถั่ว ถั่วลิสง นมวัว ไข่ ปลา สัตว์ทะเลมีเปลือก ข้าวสาลี และถั่วเหลือง กลุ่มประชากรเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่โดยสารโดยเครื่องบินซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ระหว่างโดยสาร ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีรายงานหลายกรณีเกี่ยวกับการแพ้ถั่วบนเครื่องบิน รวมถึงกรณีรุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบินรวมถึงมาตรการที่จะปกป้องผู้โดยสารที่แพ้อาหารดังกล่าว

ความชุกของการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน

การแพ้อาหารในนักเดินทางและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารเครื่องบิน โดยความชุกของการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารเดิมอยู่ระหว่างร้อยละ 0.7 ถึง 10.7 (3-7) ถั่วและถั่วลิสงเป็นสาเหตุหลักของการแพ้อาหารในกรณีนี้ คิดเป็นร้อยละ 62.5 ถึง 75.0 ของการแพ้อาหารทั้งหมด (7, 8)

จากการศึกษาก่อนหน้าพบว่า การสัมผัสถั่วระหว่างการโดยสารเครื่องบินสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ การสูดหายใจ การรับประทาน และผ่านการสัมผัสกับผิวสัมผัสต่างๆ โดยการสูดหายใจถือเป็นช่องทางที่พบได้บ่อยที่สุด มีความถี่ถึงร้อยละ 33.0 ถึง 58.0 ของกรณีทั้งหมด การรับประทานพบร้อยละ 15.7 ถึง 43.0 และการสัมผัสกับผิวสัมผัส อยู่ที่ร้อยละ 9.0 ถึง 27.9 (3, 9, 10)

อย่างไรก็ตาม การศึกษาส่วนใหญ่เป็นการศึกษาย้อนหลัง ซึ่งอิงจากการสัมภาษณ์นักเดินทางและนักท่องเที่ยว รวมถึงข้อมูลจากสายการบิน ซึ่งอาจทำให้ผลการศึกษาเกี่ยวกับความชุกของการแพ้ถั่วไม่สะท้อนความจริงเท่าที่ควร รวมถึงไม่สามารถระบุช่องทางการสัมผัสถั่วได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งในการประเมินสาเหตุที่แท้จริงของการแพ้ถั่ว ปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาคือระบบการไหลเวียนอากาศภายในเครื่องบิน

ระบบการไหลเวียนอากาศในเครื่องบิน

การไหลเวียนอากาศภายในเครื่องบินโดยสารเริ่มต้นจากเครื่องปรับอากาศ (AC unit) ที่มีตัวกรอง HEPA ทำหน้าที่กรองอนุภาคสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ในอากาศ เช่น เชื้อจุลินทรีย์ ฝุ่น และอนุภาคถั่ว โดยเครื่องกรอง HEPA มีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้สูงถึงร้อยละ 99.9 อากาศที่ผ่านการกรองจะถูกส่งต่อไปยัง Air mixing unit เพื่อผสมกับอากาศภายนอก ก่อนจะส่งผ่านไปยังช่องแอร์ด้านบนของห้องโดยสาร จากนั้นอากาศจะไหลเวียนลงไปตามที่นั่งผู้โดยสาร และถูกดูดกลับที่ช่องใต้ที่นั่งเพื่อผ่านตัวตัวกรอง HEPA อีกครั้ง ดังภาพที่ 1

ดังนั้น อากาศภายในเครื่องบินได้รับการกรองโดย HEPA และมีการผสมกับอากาศภายนอกเครื่องบินอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทิศทางการไหลเวียนอากาศในห้องโดยสารจากบนลงล่าง ช่วยจำกัดการกระจายของอนุภาคสิ่งปนเปื้อนระหว่างที่นั่งโดยสาร ทำให้โอกาสการแพ้ถั่วจากการสูดหายใจค่อนข้างต่ำ ยกเว้นในกรณีที่ผู้โดยสารที่แพ้ถั่วนั่งใกล้ชิดกับผู้โดยสารที่รับประทานถั่วหรือเปิดถุงขนมถั่ว

ภาพที่ 1 การไหลเวียนของอากาศในเครื่องบินโดยสาร
(ภาพจาก https://www.iata.org/en/youandiata/travelers/health/low-risk-transmission/)

สาเหตุที่แท้จริงของการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน

การสูดหายใจอนุภาคถั่วระหว่างโดยสารเครื่องบิน ถือเป็นหนึ่งในความเชื่อหลักเกี่ยวกับสาเหตุของการแพ้ถั่ว ซึ่งความเชื่อนี้อาจส่งผลให้ผู้โดยสารที่มีประวัติแพ้ถั่วรายงานว่าอาการแพ้เกิดจากการสูดหายใจ อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่ให้ผู้ที่มีประวัติแพ้ถั่วลิสงลองสูดหายใจเมล็ดถั่ว พบว่าไม่มีผู้คนใดแสดงอาการแพ้รุนแรง (11) จากข้อมูลนี้ ร่วมกับการพิจารณาเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนในการรายงานความชุกของการแพ้ถั่วและการไหลเวียนอากาศภายในเครื่องบิน ชี้ให้เห็นว่าการสูดหายใจไม่น่าจะเป็นสาเหตุหลักของการแพ้ถั่วระหว่างโดยสารเครื่องบิน แต่การสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ภายในเครื่องบินน่าจะสำคัญกว่า

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งได้ทำการเก็บตัวอย่างบริเวณที่นั่งผู้โดยสาร ถาดอาหาร และอากาศในเครื่องบิน เพื่อตรวจหาโปรตีน Ara h 2 ซึ่งเป็นสารภูมิแพ้ในถั่วลิสง ผลการศึกษาพบว่า ตามจุดสัมผัสเหล่านี้พบโปรตีนดังกล่าวปนเปื้อนอยู่ตามที่นั่งผู้โดยสารและถาดอาหาร แต่ไม่พบในอากาศเครื่องบินเลย (12) การค้นพบนี้บ่งชี้ว่าความเสี่ยงของการแพ้ถั่วอาจเกิดจากการสัมผัสมากกว่าการสูดหายใจ โดยมีกลไกคือผู้โดยสารสัมผัสผิวที่อาจปนเปื้อนอนุภาคถั่ว และนำมือไปแตะที่ปากหรือเยื่อบุต่างๆ ทำให้เกิดการแพ้ขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้โดยสารที่มีประวัติแพ้ถั่วลิสง

สำหรับการแพ้ถั่วจากการรับประทานอาหาร โอกาสเกิดมีน้อยกว่าช่องทางอื่น เนื่องจากหลายสายการบินดำเนินมาตรการป้องกันหลายประการ เช่น การให้บริการอาหารปราศจากสารก่อภูมิแพ้ การไม่เสิร์ฟถั่วลิสงเป็นอาหารว่างระหว่างโดยสาร และการกำหนดให้ผู้โดยสารสามารถแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการแพ้อาหารเพื่อให้ลูกเรือจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงการติดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบิน มาตรการเหล่านี้ลดความเสี่ยงของการบริโภคถั่วโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า ความเสี่ยงของผู้โดยสารที่แพ้ถั่วจากการรับประทานระหว่างการเดินทางมีน้อยกว่าการสัมผัสอนุภาคถั่วโดยตรง

มาตรการเพื่อปกป้องผู้โดยสารที่แพ้ถั่ว

จากสาเหตุข้างต้น มาตรการการป้องกันการแพ้ถั่วระหว่างโดยสารเครื่องบินควรเน้นย้ำไปที่การทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ เช่น การเตรียมอาหารของผู้โดยสารที่แพ้ถั่วให้ปลอดภัย และการจัดที่นั่งเป็นโซนสำหรับผู้โดยสารที่แพ้ถั่ว สำหรับผู้โดยสารเองนั้น สามารถป้องกันตนเองได้โดยระมัดระวังอาหารที่เสิร์ฟโดยอ่านฉลากบนกล่องอาหารให้ดี ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมรอบตัวก่อนที่จะนั่ง และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ของสายการบิน เช่น ผ้าห่ม ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนอนุภาคถั่วที่ตกค้างจากการใช้งานครั้งก่อน

นอกจากนี้ การเตรียมชุดปฐมพยาบาลที่ประกอบด้วย Adrenaline และยาแก้แพ้ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยสายการบินควรต้องฝึกฝนลูกเรือให้สามารถใช้ยา Adrenaline และยาแก้แพ้ได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากการให้ Adrenaline มีความสำคัญอย่างมากต่อการช่วยชีวิตผู้โดยสารที่มีอาการแพ้รุนแรง โดยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการต่างๆได้แสดงไว้ในตารางที่ 1

ผู้เกี่ยวข้องวิธีการป้องกัน
สายการบินให้ผู้โดยสารสามารถระบุสถานะการแพ้ถั่วระหว่างการจองเที่ยวบินจัดโซนที่นั่งพิเศษให้สำหรับผู้โดยสารที่แพ้ถั่วทำความสะอาดที่นั่ง ถาดอาหารและจุดสัมผัสต่างๆอย่างสม่ำเสมอไม่เสิร์ฟอาหารที่มีถั่วให้กับผู้โดยสารที่แพ้ถั่วเน้นย้ำให้ลูกเรือเตรียมอาหารสำหรับผู้โดยสารที่แพ้ถั่วแยกกับผู้โดยสารอื่นตรวจสอบให้มั่นใจว่าอาหารที่นำขึ้นมาบนเครื่องไม่มีส่วนประกอบของถั่วเตรียมชุดปฐมพยาบาลที่มี Adrenaline และยาแก้แพ้ให้พร้อม รวมถึงฝึกฝนลูกเรือให้สามารถใช้อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ผู้โดยสารแจ้งสายการบินล่วงหน้าถึงภาวะแพ้ถั่วเลือกเมนูอาหารที่ไม่มีถั่วเป็นส่วนประกอบก่อนขึ้นโดยสารเตรียมทิชชูเปียกไว้เช็ดบริเวณที่นั่งและถาดอาหาร รวมถึงจุดสัมผัสต่างๆเตรียมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นในรายที่มีประวัติแพ้รุนแรง เช่นยา Adrenaline และเข็ม เพื่อสามารถนำไปใช้ระหว่างห้องโดยสารหากมีอาการแพ้รุนแรง โดยให้แจ้งสายการบินก่อนล่วงหน้าระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ในเครื่องบิน เช่น ผ้าห่มหรือหมอนที่อาจมีการปนเปื้อนของอนุภาคถั่วเตรียมกำไลข้อมือหรือบัตรที่ระบุสถานะแพ้ถั่วเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมเอกสารระบุอาการแพ้ ยาที่ใช้ และที่เก็บยาเตรียมหมายเลขโทรศัพท์หรือวิธีการติดต่อบุคคลใกล้ชิดยามฉุกเฉินเตรียมประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง
ตารางที่ 1 มาตรการป้องกันการแพ้ถั่วระหว่างโดยสารเครื่องบิน

การแพ้ถั่วระหว่างโดยสารเครื่องบินเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างเดินทาง ดังนั้น แพทย์เวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทางจึงควรเน้นย้ำนักเดินทางที่แพ้ถั่ว หรืออาหารชนิดต่างๆ ถึงความเสี่ยงของการแพ้อาหารระหว่างโดยสารเครื่องบิน ไปจนถึงตลอดการท่องเที่ยวที่จุดหมายปลายทาง และควรเน้นย้ำถึงวิธีการป้องกันตนเองเพื่อให้ปลอดภัยจากการแพ้อาหารระหว่างเดินทาง

อ้างอิง

  1. Sampath V, Abrams EM, Adlou B, Akdis C, Akdis M, Brough HA, et al. Food allergy across the globe. J Allergy Clin Immunol. 2021;148(6):1347-64.
  2. Messina M, Venter C. Recent surveys on food allergy prevalence. Nutr Today. 2020;55(1):22-9.
  3. Comstock SS, DeMera R, Vega LC, Boren EJ, Deane S, Haapanen LA, et al. Allergic reactions to peanuts, tree nuts, and seeds aboard commercial airliners. Ann Allergy Asthma Immunol. 2008;101(1):51-6.
  4. Greenhawt M, MacGillivray F, Batty G, Said M, Weiss C. International study of risk-mitigating factors and in-flight allergic reactions to peanut and tree nut. J Allergy Clin Immunol Pract. 2013;1(2):186-94.
  5. Beaumont P, Renaudin JM, Dumond P, Drouet M, Moneret-Vautrin DA. Sécurité aérienne pour les allergiques alimentaires : données actuelles et recommandations. Revue Française d’Allergologie. 2015;55(7):463-9.
  6. Dano D, Michel M, Astier C, Couratier P, Steenbeek N, Bonnefoy M, et al. Impact of food allergies on the allergic person’s travel decision, trip organization and stay abroad. Glob J Allergy. 2015;1(2):040-3.
  7. Brady K, Martinez-Flores B, Trogen B, Cruz-Vasquez J, Nowak-Wegrzyn A. Allergic reactions during travel among individuals with IgE-mediated food allergy. J Allergy Clin Immunol Pract. 2024;12(3):774-5.
  8. Kodoth SM, Alves P, Convers K, Davis K, Chang C. The frequency and characteristics of epinephrine use during in-flight allergic events. Ann Allergy Asthma Immunol. 2023;130(1):74-9.
  9. Greenhawt MJ, McMorris MS, Furlong TJ. Self-reported allergic reactions to peanut and tree nuts occurring on commercial airlines. J Allergy Clin Immunol. 2009;124(3):598-9.
  10. Sicherer SH, Furlong TJ, DeSimone J, Sampson HA. Self-reported allergic reactions to peanut on commercial airliners. J Allergy Clin Immunol. 1999;104(1):186-9.
  11. Simonte SJ, Ma S, Mofidi S, Sicherer SH. Relevance of casual contact with peanut butter in children with peanut allergy. J Allergy Clin Immunol. 2003;112(1):180-2.
  12. Jin JJ, Dorn JM, Yunginger J, Ott NL. Ara h 2 is detectable on surfaces of commercial airplanes. J Allergy Clin Immunol Pract. 2019;7(2):659-61.e2.
แพ้ถั่ว
แพ้อาหาร

บทความอื่นที่น่าสนใจ

31 May 2026
บทความทั่วไป
ฉีดวัคซีนไข้เหลืองที่ไหนให้ปลอดภัยและได้รับหนังสือรับรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย?

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ มีเรื่องสำคัญด้านสุขภาพอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง” (Yellow Fever Vaccine) หลายคนทราบดีว่าวัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันโรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะและพบได้ในหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แต่สิ่งที่นักเดินทางจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่ทราบ คือ การได้รับวัคซีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับ “หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” (International Certificate of Vaccination or Prophylaxis: ICVP) ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วัคซีนไข้เหลืองสำคัญต่อการเดินทางอย่างไร? หลายประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนไข้เหลืองก่อนออกวีซ่าหรือก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค แม้บางประเทศอาจไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่ผู้เดินทางที่มีแผนไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคก็ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนและลดความเสี่ยงจากติดเชื้อไข้เหลืองระหว่างการเดินทาง กลับประเทศไทย ต้องแสดงเอกสารอะไรบ้าง? แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่เคยมีการระบาดของโรคไข้เหลือง แต่ประเทศไทยมียุงพาหะที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากมีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศ อาจก่อให้เกิดการระบาดในประเทศไทยได้ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้โรคไข้เหลืองเป็นโรคติดต่ออันตราย และมีมาตรการควบคุมโรคสำหรับผู้เดินทางที่มาจาก หรือแวะต่อเครื่อง (Transit) ใน 42 ประเทศเขตติดโรคไข้เหลือง ผู้เดินทางเหล่านี้จะต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนไข้เหลืองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หนังสือรับรองจะมีผลใช้ได้เมื่อพ้น 10 วันหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งแรก หรือมีผลทันทีในกรณีที่เป็นการฉีดกระตุ้น (revaccination) และมีอายุการใช้บังคับตลอดชีพของผู้เดินทางนั้น หากไม่สามารถแสดงเอกสารได้ หรือเอกสารไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยังไม่มีผลบังคับใช้ […]

ICVP
yellow fever
หนังสือรับรอง
ไข้เหลือง
อ่านเพิ่มเติม
24 May 2026
บทความทั่วไป, บทความทางการแพทย์
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสอีโบลา (Ebola)

รู้ก่อนเดินทาง กับหมอ Travel Med 🌍 หลายๆ ท่านอาจจะตกใจตอนเห็นข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบลา (Ebola virus disease: EVD) หลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า สงสัยผู้ติดเชื้อประมาณ 600 ราย และเสียชีวิตประมาณ 139 ราย บริเวณเมือง Ituri และ North Kivu ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และ บริเวณเมือง Kampala ประเทศยูกันดา ร่วมกับมีประกาศว่าโรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันนะ ถึงแม้โรคนี้จะมีการระบาดรุนแรงในประเทศ และมีความเสี่ยงสูงในระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในระดับโลก (global level) ถ้าใครติดตามข่าวมาตลอด การระบาดของโรคอีโบลาก็วนกลับมาอีกรอบ หลังจากมีการระบาดใหญ่ ไปเมื่อ 2014 […]

ebola
Thaitravelmed
รู้ก่อนเดินทาง
อัปเดตโรคระบาด
อ่านเพิ่มเติม
5 May 2026
บทความทั่วไป
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสฮันตา (Hantavirus)

🌍 ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านอาจจะเห็นข่าว มีนักท่องเที่ยวชาวดัชช์ 2 ราย และเยอรมัน 1 ราย  สงสัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคนี้มีการระบาดในเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากประเทศอาเจนติน่าไปยังประเทศกาบูเวร์ดี (Cape Verde) 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันครับ เดี๋ยวหมอมาสรุปให้ 🦠 โรคนี้เป็นโรคใหม่หรือเปล่า ❌ ไม่ใช่ครับ โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1976 เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู แล้วติดต่อมาสู่คน ผ่านการสูดดมละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัส ที่ปนเปื้อนในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ (เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่พื้นที่ที่มีมูลหนูอยู่ก็ถือว่าเสี่ยง) หรือผ่านการกัดของสัตว์ที่มีเชื้อ (พบน้อยมาก) แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่มีการระบาดจากคนสู่คน ซึ่งเคยมีรายงานจากในประเทศ ชิลีและอาร์เจนติน่า 🤒 อาการที่เกิดขึ้น จะมีอะไรได้บ้าง 👉 โรคนี้ระยะฟักตัว ประมาณ 1-6 สัปดาห์ แปลว่าหลังจากสัมผัสโรคอาการจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดประมาณ […]

้hantavirus
travelmedicine
update
โรคระบาด
ไวรัสฮันตา
อ่านเพิ่มเติม