คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย

18 November 2024

ข้อมูลจาก: แผ่นพับให้ความรู้ประชาชน โดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

โรคมาลาเรียคืออะไร
       โรคมาลาเรียเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง ติดจากยุงมาสู่คน โดยเชื้อมาลาเรียในมนุษย์มีทั้งหมด 4 ชนิดคือ Plasmodium falciparum, Plasmodium vivax, Plasmodium malariae    และ  Plasmodium ovalae

โรคมาลาเรียพบบ่อยแค่ไหน และพบในส่วนไหนของประเทศไทย
        โรคมาลาเรียพบในประเทศเขตร้อน และเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ องค์การอนามัยโรคประมาณกันว่าในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยเป็นมาลาเรียถึงปีละ 300-400 ล้านคนทั่วโลก และมีคนเสียชีวิตปีละประมาณ 1 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เกิดในทวีปแอฟริกา 
         ส่วนในประเทศไทยเองสามารถพบเชื้อมาลาเรียได้ในเขตป่า โดยเฉพาะตามเขตชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเช่น ชายแดนไทย-พม่า ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจังหวัดที่มีการรายงานพบผู้ป่วยมาลาเรียเป็นจำนวนมากคือ จังหวัดตาก กาญจนบุรี ตราด ราชบุรี แม่ฮ่องสอน เป็นต้น โดยจะพบในเขตพื้นที่ที่เป็นป่าเขาเท่านั้น  ไม่พบมาลาเรียในเขตเมือง

เชื้อมาลาเรียในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วย

โรคมาลาเรียติดต่ออย่างไร
          โดยปกติแล้วคนสามารถติดเชื้อมาลาเรียโดยการถูกยุงก้นปล่อง (Anopheles)กัด โดยยุงจะปล่อยเชื้อมาลาเรียเข้าร่างกายคน หลังจากนั้นจะมีการแบ่งตัวมากขึ้นทำให้เกิดอาการของโรคมาลาเรียได้ และ เมื่อมียุงก้นปล่องมากัดคนที่เป็นมาลาเรียจะสามารถนำเชื้อแพร่ไปสู่คนอื่นได้อีก 
          เนื่องจากเชื้อมาลาเรียอยู่ในกระแสเลือดของผู้ป่วย ดังนั้นจึงมีรายงานการติดเชื้อมาลาเรียโดยการได้รับเลือด โดยการใช้เข็มฉีดยาหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน

อาการของโรคมาลาเรียเป็นอย่างไร
           โดยปกติแล้วผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการภายหลังได้รับเชื้อแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ถึง 2 เดือน โดยอาการของผูป่วยคือจะมีไข้สูง หนาวสั่น เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว บางรายมีการบวดท้อง ท้องเสียได้ และในรายที่รุนแรงจะมีการซีดลง เหลืองมากขึ้น ซึม มีภาวะไตวาย ถ้ารุนแรงมากอาจเสียชีวิตได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อมาลาเรียแล้ว ถ้าคุณมีอาการไข้ โดยเฉพาะไข้สูงหนาวสั่นขณะอยู่ในป่าหรือเพิ่งเดินทางกลับจากป่า คุณควรจะไปรับการตรวจเลือดทันที และต้องบอกแพทย์ว่ามีประวัติเดินทางเข้าป่าเสมอ การตรวจเชื้อมาลาเรียในเลือดเป็นการตรวจยืนยันที่ดีที่สุดว่ามีติดเชื้อมาลาเรียหรือไม่ ทางโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนเองมีบริการตรวจหาเชื้อมาลาเรียตลอด 24 ชั่วโมง

การรักษาโรคมาลาเรียต้องทำอย่างไร
            มาลาเรียเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ ซึ่งหลักสำคัญคือ ต้องรีบวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ในเนิ่นๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาในการให้ยารักษามาลาเรีย ตามชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของโรค และสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ควรซื้อยารักษามาลาเรียกินเอง เพราะอาจจะได้ยาที่ไม่มีคุณภาพ หรือเป็นยาที่ใช้ไม่ได้ผลทำให้มีการดื้อยา ในรายที่มีอาการรุนแรงแพทย์จำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้ดูแลในโรงพยาบาล

จะป้องกันมาลาเรียได้อย่างไร
             เมื่อจะเดินทางเข้าป่า หรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด พยายามใส่เสื้อผ้าที่ปิดมิดชิด และนอนในมุ้งหรือในบ้านที่มีมุ้งลวดเสมอ โดยปกติยุงก้นปล่องซึ่งนำเชื้อมาลาเรียจะออกหากินตอนกลางคืน ในช่วงเวลาดังกล่าวต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องยุง ควรใช้ยากันยุงที่ได้รับรองมาตราฐาน และใช้ทางผิวหนังทุกๆ 3-4 ชั่วโมง

ยาป้องกันมาลาเรียจำเป็นหรือไม่
             โดยปกติแล้วในประเทศไทยไม่แนะนำให้ใช้ยาเพื่อป้องกันมาลาเรีย เนื่องจากไม่มียาใดที่ได้ผล 100% ในการป้องกัน และยาเองยังอาจมีผลข้างเคียงจากยาได้ ดังนั้นไม่ควรซื้อยาป้องกันมาลาเรียกินเอง ในบางรายที่มีความจำเป็นแพทย์จะพิจารณาในการให้ยาเป็นรายๆไป อย่างไรก็ดี การตรวจเลือดเมื่อมีไข้ขณะหรือหลังเดินทางออกจากป่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และต้องแจ้งแพทย์ผู้ดูแลเสมอถึงประวัติการเดินทาง 

เดินทางไปต่างประเทศ จะต้องป้องกันมาลาเรียอย่างไร
              มาลาเรียเป็นโรคในเขตร้อน จะพบมาลาเรียมากในทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ เอเซีย และตามหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ในบางประเทศ โดยเฉพาะในแถบแอฟริกาจะพบการติดเชื้อมาลาเรียมาก เนื่องจากเป็นแหล่งโรค ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางเสมอ เพราะในบางกรณีอาจจำเป็นต้องได้รับยาป้องกันมาลาเรีย

มาลาเรีย
ยุง
เขตร้อน
โรคติดเชื้อ

บทความอื่นที่น่าสนใจ

31 May 2026
บทความทั่วไป
ฉีดวัคซีนไข้เหลืองที่ไหนให้ปลอดภัยและได้รับหนังสือรับรองที่ถูกต้องตามกฎหมาย?

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ มีเรื่องสำคัญด้านสุขภาพอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง” (Yellow Fever Vaccine) หลายคนทราบดีว่าวัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันโรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะและพบได้ในหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แต่สิ่งที่นักเดินทางจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่ทราบ คือ การได้รับวัคซีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับ “หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” (International Certificate of Vaccination or Prophylaxis: ICVP) ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วัคซีนไข้เหลืองสำคัญต่อการเดินทางอย่างไร? หลายประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนไข้เหลืองก่อนออกวีซ่าหรือก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค แม้บางประเทศอาจไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่ผู้เดินทางที่มีแผนไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโรคก็ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับวัคซีนและลดความเสี่ยงจากติดเชื้อไข้เหลืองระหว่างการเดินทาง กลับประเทศไทย ต้องแสดงเอกสารอะไรบ้าง? แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่เคยมีการระบาดของโรคไข้เหลือง แต่ประเทศไทยมียุงพาหะที่สามารถแพร่เชื้อได้ หากมีผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศ อาจก่อให้เกิดการระบาดในประเทศไทยได้ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้โรคไข้เหลืองเป็นโรคติดต่ออันตราย และมีมาตรการควบคุมโรคสำหรับผู้เดินทางที่มาจาก หรือแวะต่อเครื่อง (Transit) ใน 42 ประเทศเขตติดโรคไข้เหลือง ผู้เดินทางเหล่านี้จะต้องแสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนไข้เหลืองต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หนังสือรับรองจะมีผลใช้ได้เมื่อพ้น 10 วันหลังจากการฉีดวัคซีนครั้งแรก หรือมีผลทันทีในกรณีที่เป็นการฉีดกระตุ้น (revaccination) และมีอายุการใช้บังคับตลอดชีพของผู้เดินทางนั้น หากไม่สามารถแสดงเอกสารได้ หรือเอกสารไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเอกสารยังไม่มีผลบังคับใช้ […]

ICVP
yellow fever
หนังสือรับรอง
ไข้เหลือง
อ่านเพิ่มเติม
24 May 2026
บทความทั่วไป, บทความทางการแพทย์
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสอีโบลา (Ebola)

รู้ก่อนเดินทาง กับหมอ Travel Med 🌍 หลายๆ ท่านอาจจะตกใจตอนเห็นข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบลา (Ebola virus disease: EVD) หลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า สงสัยผู้ติดเชื้อประมาณ 600 ราย และเสียชีวิตประมาณ 139 ราย บริเวณเมือง Ituri และ North Kivu ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และ บริเวณเมือง Kampala ประเทศยูกันดา ร่วมกับมีประกาศว่าโรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันนะ ถึงแม้โรคนี้จะมีการระบาดรุนแรงในประเทศ และมีความเสี่ยงสูงในระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในระดับโลก (global level) ถ้าใครติดตามข่าวมาตลอด การระบาดของโรคอีโบลาก็วนกลับมาอีกรอบ หลังจากมีการระบาดใหญ่ ไปเมื่อ 2014 […]

ebola
Thaitravelmed
รู้ก่อนเดินทาง
อัปเดตโรคระบาด
อ่านเพิ่มเติม
5 May 2026
บทความทั่วไป
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสฮันตา (Hantavirus)

🌍 ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านอาจจะเห็นข่าว มีนักท่องเที่ยวชาวดัชช์ 2 ราย และเยอรมัน 1 ราย  สงสัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคนี้มีการระบาดในเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากประเทศอาเจนติน่าไปยังประเทศกาบูเวร์ดี (Cape Verde) 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันครับ เดี๋ยวหมอมาสรุปให้ 🦠 โรคนี้เป็นโรคใหม่หรือเปล่า ❌ ไม่ใช่ครับ โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1976 เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู แล้วติดต่อมาสู่คน ผ่านการสูดดมละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัส ที่ปนเปื้อนในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ (เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่พื้นที่ที่มีมูลหนูอยู่ก็ถือว่าเสี่ยง) หรือผ่านการกัดของสัตว์ที่มีเชื้อ (พบน้อยมาก) แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่มีการระบาดจากคนสู่คน ซึ่งเคยมีรายงานจากในประเทศ ชิลีและอาร์เจนติน่า 🤒 อาการที่เกิดขึ้น จะมีอะไรได้บ้าง 👉 โรคนี้ระยะฟักตัว ประมาณ 1-6 สัปดาห์ แปลว่าหลังจากสัมผัสโรคอาการจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดประมาณ […]

้hantavirus
travelmedicine
update
โรคระบาด
ไวรัสฮันตา
อ่านเพิ่มเติม