🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสอีโบลา (Ebola)

24 May 2026

รู้ก่อนเดินทาง กับหมอ Travel Med

🌍 หลายๆ ท่านอาจจะตกใจตอนเห็นข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบลา (Ebola virus disease: EVD) หลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า สงสัยผู้ติดเชื้อประมาณ 600 ราย และเสียชีวิตประมาณ 139 ราย บริเวณเมือง Ituri และ North Kivu ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และ บริเวณเมือง Kampala ประเทศยูกันดา ร่วมกับมีประกาศว่าโรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันนะ ถึงแม้โรคนี้จะมีการระบาดรุนแรงในประเทศ และมีความเสี่ยงสูงในระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในระดับโลก (global level)

ถ้าใครติดตามข่าวมาตลอด การระบาดของโรคอีโบลาก็วนกลับมาอีกรอบ หลังจากมีการระบาดใหญ่ ไปเมื่อ 2014 ในประเทศโซนแอฟริกันตะวันตก ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน (สถิติป่วย 28600 ราย เสียชีวิต 11300 ราย) และในปี 2019 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (สถิติป่วย 3300 ราย เสียชีวิต 2200 ราย) โดยเฉลี่ยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 25-90% 

การระบาดในครั้งนี้ถือเป็นคร้้งที่ 17 แล้วในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยการติดต่อหลักเป็นผ่านการสัมผัสใกล้ชิดคนป่วย สารคัดหลั่งหรือของเหลวจากร่างกาย เช่น เลือด เสมหะ อาเจียน ปัสสาวะ อุจจาระ รวมถึงการสัมผัส/บริโภคเนื้อสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ

🦠แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือรอบนี้สายพันธุ์ที่เกิดการระบาด เป็นสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งเคยระบาดมาในช่วง 2007 ที่ยูกันดา (มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 25%) และในปี 2012 ที่คองโก มีอัตราเสียชีวิต 50% แต่จำนวนผู้ป่วยไม่มากเท่าการระบาดในครั้งนี้ โดยมีจำนวนเพียงหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น

💊  การรักษาอีโบลาครั้งนี้ยังเป็นแบบประคับประคอง ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ วัคซีนอีโบลาที่เคยมีมายังไม่สามารถใช้ป้องกันกับสายพันธุ์นี้ได้ เนื่องจากวัคซีนเดิม พัฒนามาจากสายพันธุ์ Zaire ซึ่งเป็นสายพันธุ์แรกที่มีการระบาดและมีความรุนแรงมากที่สุด

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในพื้นที่ระบาด ธรรมเนียมการประกอบพิธีศพตามความเชื่อที่ขัดแย้งกับมาตรการสาธารณสุข รวมไปถึงสาเหตุการระบาดยังไม่พบชัดเจน มีแนวโน้มทำให้การควบคุมการระบาดเป็นไปได้ยากมากขึ้น

🇹🇭 ปัจจุบันมาตรการของประเทศไทยคือ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศยูกันดา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต้องลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองก่อนเข้าประเทศ

🤒 สำหรับนักเดินทางที่จำเป็นจะต้องไปในประเทศโซนแอฟริกา ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหมอก็อยากให้รู้จัก อาการที่สำคัญของโรค แนะนำให้จำว่า อาการคล้ายๆ กับโรคไข้เลือดออก แต่รุนแรงมากกว่ามาก ได้แก่

• ไข้สูงเฉียบพลัน

• อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อย

• ปวดศีรษะ เจ็บคอ

• อาเจียน ท้องเสีย

• ในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ

พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้ติดโรคได้ เช่น

• สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยติดเชื้ออีโบลา

• สัมผัสสัตว์ป่า ซากสัตว์ หรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าดิบ หรือ ผ่านการแปรรูปน้อย (bushmeat)

• เข้าร่วมพิธีกรรมหรืองานศพที่ต้องสัมผัสร่างผู้เสียชีวิต

🇨🇩 🇺🇬 เพราะฉะนั้นหากมีไข้หรืออาการผิดปกติภายใน 21 วันหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียด ควรแยกตัวถ้าสงสัย เพราะถ้าเริ่มมีอาการก็จะเริ่มแพร่เชื้อได้

🧳หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (https://www.thaitravelmed.org/facility/) เรามีเครือข่ายแพทย์พร้อมให้คำแนะนำก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทางให้บริการอยู่นะ

🌍 เดินทางอย่างปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพก่อนและหลังทริปเสมอ

ebola
Thaitravelmed
รู้ก่อนเดินทาง
อัปเดตโรคระบาด

บทความอื่นที่น่าสนใจ

5 May 2026
บทความทั่วไป
🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสฮันตา (Hantavirus)

🌍 ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านอาจจะเห็นข่าว มีนักท่องเที่ยวชาวดัชช์ 2 ราย และเยอรมัน 1 ราย  สงสัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคนี้มีการระบาดในเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากประเทศอาเจนติน่าไปยังประเทศกาบูเวร์ดี (Cape Verde) 👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันครับ เดี๋ยวหมอมาสรุปให้ 🦠 โรคนี้เป็นโรคใหม่หรือเปล่า ❌ ไม่ใช่ครับ โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1976 เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู แล้วติดต่อมาสู่คน ผ่านการสูดดมละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัส ที่ปนเปื้อนในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ (เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่พื้นที่ที่มีมูลหนูอยู่ก็ถือว่าเสี่ยง) หรือผ่านการกัดของสัตว์ที่มีเชื้อ (พบน้อยมาก) แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่มีการระบาดจากคนสู่คน ซึ่งเคยมีรายงานจากในประเทศ ชิลีและอาร์เจนติน่า 🤒 อาการที่เกิดขึ้น จะมีอะไรได้บ้าง 👉 โรคนี้ระยะฟักตัว ประมาณ 1-6 สัปดาห์ แปลว่าหลังจากสัมผัสโรคอาการจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดประมาณ […]

้hantavirus
travelmedicine
update
โรคระบาด
ไวรัสฮันตา
อ่านเพิ่มเติม
19 September 2025
บทความทั่วไป
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ Resident: CISTM19 ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความโดย:นพ.ธรรมธัช วีรมโนมัยพญ.นริศรา เตชวัชรา ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา องค์กร International Society of Travel Medicine (ISTM) ได้จัดการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 19 หรือ The 19th Conference of the International Society of Travel Medicine (CISTM19) ณ เมือง นิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นงานประชุมที่ใหญ่ที่สุดในแวดวงเวชศาสตร์การเดินทาง จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ขยายเครือข่ายวิชาชีพพร้อมทั้งสะท้อนศักยภาพของไทยในด้านการพัฒนาเวชศาสตร์การเดินทางให้ก้าวทันต่อสถานการณ์สุขภาพโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการวิจัยของไทยสู่ระดับสากล นิวออร์ลีนส์กับโรคไข้เหลือง แม้นิวออร์ลีนส์จะเป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของดนตรีแจ๊ส แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมืองนี้ก็มีประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับโรคไข้เหลือง — โรคติดเชื้อที่แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางรู้จักกันดี ก่อนที่วัคซีนไข้เหลืองจะถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1937 สหรัฐอเมริกาเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับการระบาดของโรคนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศตวรรษที่ […]

cistm19
conference
travel medicine
อ่านเพิ่มเติม
15 September 2025
บทความทางการแพทย์
การแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน

นพ. สกานต์ เจริญสกุลไชย โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และนพ. จิรัฏฐ์ สุขมี โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 1 ถึง 10 ของประชากรโลกแพ้อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง (1, 2) โดยอาหารที่แพ้บ่อยที่สุด ได้แก่ ถั่ว ถั่วลิสง นมวัว ไข่ ปลา สัตว์ทะเลมีเปลือก ข้าวสาลี และถั่วเหลือง กลุ่มประชากรเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่โดยสารโดยเครื่องบินซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ระหว่างโดยสาร ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีรายงานหลายกรณีเกี่ยวกับการแพ้ถั่วบนเครื่องบิน รวมถึงกรณีรุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบินรวมถึงมาตรการที่จะปกป้องผู้โดยสารที่แพ้อาหารดังกล่าว ความชุกของการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน การแพ้อาหารในนักเดินทางและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารเครื่องบิน โดยความชุกของการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารเดิมอยู่ระหว่างร้อยละ 0.7 ถึง 10.7 (3-7) ถั่วและถั่วลิสงเป็นสาเหตุหลักของการแพ้อาหารในกรณีนี้ คิดเป็นร้อยละ 62.5 ถึง 75.0 ของการแพ้อาหารทั้งหมด (7, 8) จากการศึกษาก่อนหน้าพบว่า การสัมผัสถั่วระหว่างการโดยสารเครื่องบินสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ การสูดหายใจ การรับประทาน และผ่านการสัมผัสกับผิวสัมผัสต่างๆ โดยการสูดหายใจถือเป็นช่องทางที่พบได้บ่อยที่สุด […]

แพ้ถั่ว
แพ้อาหาร
อ่านเพิ่มเติม