🌍 ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านอาจจะเห็นข่าว มีนักท่องเที่ยวชาวดัชช์ 2 ราย และเยอรมัน 1 ราย สงสัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคนี้มีการระบาดในเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากประเทศอาเจนติน่าไปยังประเทศกาบูเวร์ดี (Cape Verde)
👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันครับ เดี๋ยวหมอมาสรุปให้
🦠 โรคนี้เป็นโรคใหม่หรือเปล่า
❌ ไม่ใช่ครับ โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1976
เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู แล้วติดต่อมาสู่คน ผ่านการสูดดมละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัส ที่ปนเปื้อนในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ (เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่พื้นที่ที่มีมูลหนูอยู่ก็ถือว่าเสี่ยง)
หรือผ่านการกัดของสัตว์ที่มีเชื้อ (พบน้อยมาก) แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่มีการระบาดจากคนสู่คน ซึ่งเคยมีรายงานจากในประเทศ ชิลีและอาร์เจนติน่า
🤒 อาการที่เกิดขึ้น จะมีอะไรได้บ้าง
👉 โรคนี้ระยะฟักตัว ประมาณ 1-6 สัปดาห์ แปลว่าหลังจากสัมผัสโรคอาการจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์ โดยอาการที่พบ มักเป็นอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จะมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น จ้ำเลือด เลือดกำเดาไหล หรือ ปัสสาวะออกน้อย รวมไปถึงความดันตก ช๊อค หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
อาการที่เด่นทางระบบไต จะพบในกลุ่มประเทศยุโรป และเอเชีย พบอัตราการเสียชีวิต 0.1-12% และ
อาการที่เด่นทางระบบทางเดินหายใจ จะพบในโซนประเทศอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ อัตราการเสียชีวิต สูงถึง 11.7-44.5%
🌍 Hantavirus พบมากที่ไหน แล้วที่ไทยเสี่ยงแค่ไหน
👉 ทั่วโลกมีรายงาน ประมาณ 150,000-200,000 รายต่อปี
โรคนี้พบมากในประเทศจีน และเกาหลี ในจีนเฉลี่ยพบประมาณ ปีละ 8,853-25,041 ราย (เฉลี่ย 11,063 ราย) แต่อัตราการเสียชีวิตต่ำ ประมาณ 1.3% และในเกาหลี พบประมาณ 300-600 รายต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณ 1%
ส่วนข้อมูลในไทย เคสแรกในไทยพบในปี พ.ศ. 2542 เป็นผู้ป่วยมีมารักษาด้วยอาการไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เข้ารักษาใน รพ. ประมาณ 6 วันจนหายดี ไม่เสียชีวิต
และมีการศึกษาความชุกของโรคในหนูในจังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2541 ในกลุ่มหนูท่อ (Rattus norvegicus) และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) ประมาณ 3.8 และ 2.6% ตามลำดับ และหนูบ้าน ในจังหวัดนครราชสีมา พบประมาณ 3.5%
สรุป: ความเสี่ยงในไทย “ยังต่ำ” แต่ควรหลีกเลี่ยงหนูและมูลหนู และถ้าป่วยอย่าลืมแจ้งประวัติเหล่านี้ด้วย
🧪 เชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ทนในสิ่งแวดล้อมได้นานแค่ไหน
- สภาพแวดล้อมที่่ชื้น อยู่ได้นานประมาณ 5 วัน หรืออาจอยู่ได้นานถึง 9 วันที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส
- สภาพแวดล้อมที่แห้ง อยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง
💊 การรักษาทำได้อย่างไรบ้าง
- ปัจจุบันยังไม่มียารักษาแบบจำเพาะ มีเพียงการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ และวัคซีนอยู่ในระหว่างการพัฒนา
🛡️วิธีการป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย หรือรังของสัตว์ฟันแทะ
- ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ คนท้อง หรือบุคคลที่มีภุมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะจะทำให้เกิดอาการรุนแรง
🧹วิธีการทำความสะอาด
- ถ้าเห็นมูลหนู ให้ใส่ถุงมือยางหรือถุงมือพลาสติก และหน้ากากก่อนทำความสะอาด
- ใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือผงซักฟอก ในอัตราส่วน ผงซักฟอก 1 ส่วนต่อน้ำ 9 ส่วน สเปรย์ ให้ชุ่ม ทิ้งไว้นาน 5 นาที ใช้ ผ้าหรือกระดาษชำระเช็ดออก และทิ้งในถุงขยะที่ปิดสนิท
- ห้ามกวาด เพราะอาจจะทำให้เชื้อโรคกระจาย
- อย่าลืมล้างมือหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว
🚢 สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวเรือ แนะนำอย่างไรบ้าง
- จริงๆคุณหมอก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงมีการระบาดในเรือได้ เพราะการตรวจสุขาภิบาลเรือจะมีการตรวจเข้มมาก โดยเฉพาะเรื่องหนูในเรือ แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามข่าวกันต่อไปว่า จริงๆ ผู้ที่เดินทาง ได้รับเชื้อก่อนออกเดินทางหรือไม่ หรือเกิดจากการระบาดในเรือจริงๆ
- สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางคือพยายามไม่อยู่ใกล้หรือสัมผัสการสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะเหล่านี้ รวมไปถึงสังเกตอาการของตัวเอง ถ้ามีไข้ ระหว่างการเดินทางหรือหลังกลับจากเดินทาง แนะนำให้แจ้งอาการกับแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติการสัมผัสสัตว์ เพื่อจะได้นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง หรือใครมีแผนจะเดินทาง แนะนำให้พบแพทย์สาขาเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (https://www.thaitravelmed.org/facility/) เรามีเครือข่ายแพทย์พร้อมให้คำแนะนำก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทางให้บริการนะครับ คงไม่ถึงขั้นที่ต้องงดไปเรือสำราญตลอดชีวิต
- ในกรณีของผู้ที่เดินทางมากับเรือ MV Hondius อาจมีการนำผู้โดยสารและลูกเรือขึ้นจากเรือ เพื่อดำเนินมาตรการกำจัดหนู (deratting) และการฆ่าเชื้อ (disinfection) บนเรือ ทั้งนี้เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเรือจะยังไม่สามารถเทียบท่าได้จนกว่าจะดำเนินการด้านสุขาภิบาลและการควบคุมสัตว์พาหะเรียบร้อยแล้ว
💬 สรุป โรคอาจดูน่ากังวล
🇹🇭 สำหรับคนไทยตอนนี้ → ยังไม่ใช่ความเสี่ยงสูง และอย่าเพิ่งตกใจไปครับ ขอให้ติดตามข้อมูลอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก
💬 ถ้าผู้อ่านท่านใดมีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์ถามมาได้เลยนะครับ


