🧭 Update โรคระบาด: ไวรัสฮันตา (Hantavirus)

5 May 2026

🌍 ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านอาจจะเห็นข่าว มีนักท่องเที่ยวชาวดัชช์ 2 ราย และเยอรมัน 1 ราย  สงสัยว่าเสียชีวิตด้วยโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคนี้มีการระบาดในเรือสำราญ MV Hondius ที่เดินทางจากประเทศอาเจนติน่าไปยังประเทศกาบูเวร์ดี (Cape Verde)

👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันครับ เดี๋ยวหมอมาสรุปให้

🦠 โรคนี้เป็นโรคใหม่หรือเปล่า

❌ ไม่ใช่ครับ โรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1976

เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู แล้วติดต่อมาสู่คน ผ่านการสูดดมละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัส ที่ปนเปื้อนในน้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ (เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่พื้นที่ที่มีมูลหนูอยู่ก็ถือว่าเสี่ยง)

หรือผ่านการกัดของสัตว์ที่มีเชื้อ (พบน้อยมาก) แต่มีส่วนน้อยมากๆ ที่มีการระบาดจากคนสู่คน ซึ่งเคยมีรายงานจากในประเทศ ชิลีและอาร์เจนติน่า

🤒 อาการที่เกิดขึ้น จะมีอะไรได้บ้าง

👉 โรคนี้ระยะฟักตัว ประมาณ 1-6 สัปดาห์ แปลว่าหลังจากสัมผัสโรคอาการจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์ โดยอาการที่พบ มักเป็นอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จะมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น จ้ำเลือด เลือดกำเดาไหล หรือ ปัสสาวะออกน้อย รวมไปถึงความดันตก ช๊อค หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

อาการที่เด่นทางระบบไต จะพบในกลุ่มประเทศยุโรป และเอเชีย พบอัตราการเสียชีวิต 0.1-12% และ

อาการที่เด่นทางระบบทางเดินหายใจ จะพบในโซนประเทศอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ อัตราการเสียชีวิต สูงถึง 11.7-44.5%

🌍 Hantavirus พบมากที่ไหน แล้วที่ไทยเสี่ยงแค่ไหน

👉 ทั่วโลกมีรายงาน ประมาณ 150,000-200,000 รายต่อปี

โรคนี้พบมากในประเทศจีน และเกาหลี ในจีนเฉลี่ยพบประมาณ ปีละ 8,853-25,041 ราย (เฉลี่ย 11,063 ราย)  แต่อัตราการเสียชีวิตต่ำ ประมาณ 1.3% และในเกาหลี พบประมาณ 300-600 รายต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณ 1%

ส่วนข้อมูลในไทย เคสแรกในไทยพบในปี พ.ศ. 2542 เป็นผู้ป่วยมีมารักษาด้วยอาการไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เข้ารักษาใน รพ. ประมาณ 6 วันจนหายดี ไม่เสียชีวิต

และมีการศึกษาความชุกของโรคในหนูในจังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2541 ในกลุ่มหนูท่อ (Rattus norvegicus) และหนูพุกใหญ่ (Bandicota indica) ประมาณ 3.8 และ 2.6% ตามลำดับ และหนูบ้าน ในจังหวัดนครราชสีมา พบประมาณ 3.5%

สรุป: ความเสี่ยงในไทย “ยังต่ำ” แต่ควรหลีกเลี่ยงหนูและมูลหนู และถ้าป่วยอย่าลืมแจ้งประวัติเหล่านี้ด้วย

🧪 เชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ทนในสิ่งแวดล้อมได้นานแค่ไหน

  • สภาพแวดล้อมที่่ชื้น อยู่ได้นานประมาณ 5 วัน หรืออาจอยู่ได้นานถึง 9 วันที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส
  • สภาพแวดล้อมที่แห้ง อยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง

💊 การรักษาทำได้อย่างไรบ้าง

  • ปัจจุบันยังไม่มียารักษาแบบจำเพาะ มีเพียงการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ และวัคซีนอยู่ในระหว่างการพัฒนา

🛡️วิธีการป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย หรือรังของสัตว์ฟันแทะ
  • ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ คนท้อง หรือบุคคลที่มีภุมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะจะทำให้เกิดอาการรุนแรง

🧹วิธีการทำความสะอาด

  • ถ้าเห็นมูลหนู ให้ใส่ถุงมือยางหรือถุงมือพลาสติก และหน้ากากก่อนทำความสะอาด
  • ใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือผงซักฟอก ในอัตราส่วน ผงซักฟอก 1 ส่วนต่อน้ำ 9 ส่วน สเปรย์ ให้ชุ่ม ทิ้งไว้นาน 5 นาที ใช้ ผ้าหรือกระดาษชำระเช็ดออก และทิ้งในถุงขยะที่ปิดสนิท
  • ห้ามกวาด เพราะอาจจะทำให้เชื้อโรคกระจาย
  • อย่าลืมล้างมือหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว

🚢 สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยวเรือ แนะนำอย่างไรบ้าง

  • จริงๆคุณหมอก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงมีการระบาดในเรือได้ เพราะการตรวจสุขาภิบาลเรือจะมีการตรวจเข้มมาก โดยเฉพาะเรื่องหนูในเรือ แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามข่าวกันต่อไปว่า จริงๆ ผู้ที่เดินทาง ได้รับเชื้อก่อนออกเดินทางหรือไม่ หรือเกิดจากการระบาดในเรือจริงๆ
  • สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางคือพยายามไม่อยู่ใกล้หรือสัมผัสการสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะเหล่านี้ รวมไปถึงสังเกตอาการของตัวเอง ถ้ามีไข้ ระหว่างการเดินทางหรือหลังกลับจากเดินทาง แนะนำให้แจ้งอาการกับแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติการสัมผัสสัตว์ เพื่อจะได้นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง หรือใครมีแผนจะเดินทาง แนะนำให้พบแพทย์สาขาเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (https://www.thaitravelmed.org/facility/) เรามีเครือข่ายแพทย์พร้อมให้คำแนะนำก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทางให้บริการนะครับ คงไม่ถึงขั้นที่ต้องงดไปเรือสำราญตลอดชีวิต
  • ในกรณีของผู้ที่เดินทางมากับเรือ MV Hondius อาจมีการนำผู้โดยสารและลูกเรือขึ้นจากเรือ เพื่อดำเนินมาตรการกำจัดหนู (deratting) และการฆ่าเชื้อ (disinfection) บนเรือ ทั้งนี้เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเรือจะยังไม่สามารถเทียบท่าได้จนกว่าจะดำเนินการด้านสุขาภิบาลและการควบคุมสัตว์พาหะเรียบร้อยแล้ว

💬 สรุป โรคอาจดูน่ากังวล

🇹🇭 สำหรับคนไทยตอนนี้ → ยังไม่ใช่ความเสี่ยงสูง และอย่าเพิ่งตกใจไปครับ ขอให้ติดตามข้อมูลอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก

💬 ถ้าผู้อ่านท่านใดมีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์ถามมาได้เลยนะครับ

้hantavirus
travelmedicine
update
โรคระบาด
ไวรัสฮันตา

บทความอื่นที่น่าสนใจ

19 September 2025
บทความทั่วไป
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ Resident: CISTM19 ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความโดย:นพ.ธรรมธัช วีรมโนมัยพญ.นริศรา เตชวัชรา ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา องค์กร International Society of Travel Medicine (ISTM) ได้จัดการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 19 หรือ The 19th Conference of the International Society of Travel Medicine (CISTM19) ณ เมือง นิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นงานประชุมที่ใหญ่ที่สุดในแวดวงเวชศาสตร์การเดินทาง จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ขยายเครือข่ายวิชาชีพพร้อมทั้งสะท้อนศักยภาพของไทยในด้านการพัฒนาเวชศาสตร์การเดินทางให้ก้าวทันต่อสถานการณ์สุขภาพโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการวิจัยของไทยสู่ระดับสากล นิวออร์ลีนส์กับโรคไข้เหลือง แม้นิวออร์ลีนส์จะเป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของดนตรีแจ๊ส แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมืองนี้ก็มีประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับโรคไข้เหลือง — โรคติดเชื้อที่แพทย์เวชศาสตร์การเดินทางรู้จักกันดี ก่อนที่วัคซีนไข้เหลืองจะถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1937 สหรัฐอเมริกาเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับการระบาดของโรคนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศตวรรษที่ […]

cistm19
conference
travel medicine
อ่านเพิ่มเติม
15 September 2025
บทความทางการแพทย์
การแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน

นพ. สกานต์ เจริญสกุลไชย โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และนพ. จิรัฏฐ์ สุขมี โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 1 ถึง 10 ของประชากรโลกแพ้อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง (1, 2) โดยอาหารที่แพ้บ่อยที่สุด ได้แก่ ถั่ว ถั่วลิสง นมวัว ไข่ ปลา สัตว์ทะเลมีเปลือก ข้าวสาลี และถั่วเหลือง กลุ่มประชากรเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่โดยสารโดยเครื่องบินซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ระหว่างโดยสาร ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีรายงานหลายกรณีเกี่ยวกับการแพ้ถั่วบนเครื่องบิน รวมถึงกรณีรุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบินรวมถึงมาตรการที่จะปกป้องผู้โดยสารที่แพ้อาหารดังกล่าว ความชุกของการแพ้ถั่วขณะโดยสารเครื่องบิน การแพ้อาหารในนักเดินทางและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารเครื่องบิน โดยความชุกของการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารเดิมอยู่ระหว่างร้อยละ 0.7 ถึง 10.7 (3-7) ถั่วและถั่วลิสงเป็นสาเหตุหลักของการแพ้อาหารในกรณีนี้ คิดเป็นร้อยละ 62.5 ถึง 75.0 ของการแพ้อาหารทั้งหมด (7, 8) จากการศึกษาก่อนหน้าพบว่า การสัมผัสถั่วระหว่างการโดยสารเครื่องบินสามารถเกิดขึ้นได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ การสูดหายใจ การรับประทาน และผ่านการสัมผัสกับผิวสัมผัสต่างๆ โดยการสูดหายใจถือเป็นช่องทางที่พบได้บ่อยที่สุด […]

แพ้ถั่ว
แพ้อาหาร
อ่านเพิ่มเติม
18 November 2024
บทความทั่วไป
พิษจากปลาปักเป้า

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ. มุกดา  ตฤษณานนท์ การเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ นอกจากจะดูภูมิประเทศในแหล่งต่างๆ แล้ว การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง การรับประทานอาหารอาจมีอันตรายได้ ถ้าเราไม่ระวังและไม่ทราบสิ่งที่เป็นพิษมาก่อน ปลาเป็นอาหารที่น่ารับประทานอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย มีสารอาหารที่สำคัญ แต่ปลาที่เป็นพิษ เช่น ปลาปักเป้า รับประทานแล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พิษของปลาปักเป้าเป็นพิษที่ทนต่อความร้อน เมื่อถูกความร้อนพิษจะไม่เสียไป ได้มีผู้นำเอาปลาปักเป้ามาขายเป็นจำนวนมากเรียกว่า “ปลาเนื้อไก่” เพราะเนื้อมีลักษณะคล้ายเนื้อไก่ ราคามไม่แพงเห็นแล้วน่ารับประทาน แต่ที่จริงเป็นพิษ ปลาปักเป้า หรือ Puffer fish เป็นปลาที่หาได้ในน้ำจืดและน้ำเค็ม พบได้ทั่วประเทศที่มีอากาศร้อนอบอุ่น ในประเทศไทยพบปลาปักเป้าน้ำจืดได้ตามแหล่งน้าต่าง ๆ เช่น ตามหนอง คลอง บึง ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน เป็นปลาปักเป้าทะเล พบได้ในอ่าวไทย ตามปกติ ปลาปักเป้าจะมีสภาพเหมือนปลาทั่วไป มีหนามสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิด หากถูกรบกวนจะพองตัวโตขึ้น มีรูปร่างคล้ายลูกโป่ง หรือ ลูกบอลลูน ปลาปักเป้าทะเลเป็นที่รู้จักันดี สำหรับชาวประมง ถ้าพบเห็นบนเรือลากอวน เขามักจะทำลายมันทิ้งหรือโยนกลับลงไปในทะเลในญี่ปุ่นเรียกปลาชนิดนี้ว่า “Fuge” ชาวญี่ปุ่นชอบรับประทานแต่ต้องมีการเตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นพิเศษ จึงจะไม่มีพิษ พิษของปลาปักเป้ามีชื่อว่า […]

ปลาปักเป้า
อ่านเพิ่มเติม