รู้ก่อนเดินทาง กับหมอ Travel Med
🌍 หลายๆ ท่านอาจจะตกใจตอนเห็นข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบลา (Ebola virus disease: EVD) หลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า สงสัยผู้ติดเชื้อประมาณ 600 ราย และเสียชีวิตประมาณ 139 ราย บริเวณเมือง Ituri และ North Kivu ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และ บริเวณเมือง Kampala ประเทศยูกันดา ร่วมกับมีประกาศว่าโรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
👉 หมออยากบอกว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันนะ ถึงแม้โรคนี้จะมีการระบาดรุนแรงในประเทศ และมีความเสี่ยงสูงในระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในระดับโลก (global level)
ถ้าใครติดตามข่าวมาตลอด การระบาดของโรคอีโบลาก็วนกลับมาอีกรอบ หลังจากมีการระบาดใหญ่ ไปเมื่อ 2014 ในประเทศโซนแอฟริกันตะวันตก ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน (สถิติป่วย 28600 ราย เสียชีวิต 11300 ราย) และในปี 2019 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (สถิติป่วย 3300 ราย เสียชีวิต 2200 ราย) โดยเฉลี่ยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 25-90%
การระบาดในครั้งนี้ถือเป็นคร้้งที่ 17 แล้วในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยการติดต่อหลักเป็นผ่านการสัมผัสใกล้ชิดคนป่วย สารคัดหลั่งหรือของเหลวจากร่างกาย เช่น เลือด เสมหะ อาเจียน ปัสสาวะ อุจจาระ รวมถึงการสัมผัส/บริโภคเนื้อสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ
🦠แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือรอบนี้สายพันธุ์ที่เกิดการระบาด เป็นสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งเคยระบาดมาในช่วง 2007 ที่ยูกันดา (มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 25%) และในปี 2012 ที่คองโก มีอัตราเสียชีวิต 50% แต่จำนวนผู้ป่วยไม่มากเท่าการระบาดในครั้งนี้ โดยมีจำนวนเพียงหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น
💊 การรักษาอีโบลาครั้งนี้ยังเป็นแบบประคับประคอง ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ วัคซีนอีโบลาที่เคยมีมายังไม่สามารถใช้ป้องกันกับสายพันธุ์นี้ได้ เนื่องจากวัคซีนเดิม พัฒนามาจากสายพันธุ์ Zaire ซึ่งเป็นสายพันธุ์แรกที่มีการระบาดและมีความรุนแรงมากที่สุด
นอกจากนี้ ความขัดแย้งในพื้นที่ระบาด ธรรมเนียมการประกอบพิธีศพตามความเชื่อที่ขัดแย้งกับมาตรการสาธารณสุข รวมไปถึงสาเหตุการระบาดยังไม่พบชัดเจน มีแนวโน้มทำให้การควบคุมการระบาดเป็นไปได้ยากมากขึ้น
🇹🇭 ปัจจุบันมาตรการของประเทศไทยคือ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศยูกันดา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต้องลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองก่อนเข้าประเทศ
🤒 สำหรับนักเดินทางที่จำเป็นจะต้องไปในประเทศโซนแอฟริกา ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหมอก็อยากให้รู้จัก อาการที่สำคัญของโรค แนะนำให้จำว่า อาการคล้ายๆ กับโรคไข้เลือดออก แต่รุนแรงมากกว่ามาก ได้แก่
• ไข้สูงเฉียบพลัน
• อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อย
• ปวดศีรษะ เจ็บคอ
• อาเจียน ท้องเสีย
• ในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ
พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้ติดโรคได้ เช่น
• สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยติดเชื้ออีโบลา
• สัมผัสสัตว์ป่า ซากสัตว์ หรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าดิบ หรือ ผ่านการแปรรูปน้อย (bushmeat)
• เข้าร่วมพิธีกรรมหรืองานศพที่ต้องสัมผัสร่างผู้เสียชีวิต
🇨🇩 🇺🇬 เพราะฉะนั้นหากมีไข้หรืออาการผิดปกติภายใน 21 วันหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียด ควรแยกตัวถ้าสงสัย เพราะถ้าเริ่มมีอาการก็จะเริ่มแพร่เชื้อได้
🧳หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว (https://www.thaitravelmed.org/facility/) เรามีเครือข่ายแพทย์พร้อมให้คำแนะนำก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทางให้บริการอยู่นะ
🌍 เดินทางอย่างปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพก่อนและหลังทริปเสมอ



