หมวดที่ 3

การบริหารกิจการของชมรมฯ

ข้อ 12 ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของชมรมฯ  ซึ่งที่มาของคณะกรรมการ  มาจาก 2 แห่ง ดังนี้

           12.1  คณะกรรมการจากการเลือกตั้ง  คณะกรรมการบริหารนี้  ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ชมรมฯ  มีจำนวนอย่างน้อย 9 คน  อย่างมากไม่เกิน 15  คน  และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ๋  เลือกตั้งกันเองเพื่อเป็นประธานชมรมฯ  1 คน  รองประธานชมรมฯ 1-2 คน

           12.2  คณะกรรมการจากการเลือกตั้ง  ให้ประธานชมรมฯ  และรองประธานชมรมฯ  ปรึกษากับคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสม  เข้าร่วมเป็นกรรมการโดยให้กรรมการที่มาจากการแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกิน 1 ใน 5 ของคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด  ทั้งนี้  ประธานและรองประธานอาจพิจารณาไม่แต่งตั้งกรรมการใดๆ  เลยก็ได้  สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆให้ประธานชมรมฯเป็นผู้แต่งตั้งทั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่และผู้ได้รับการแต่งตั้ง  เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของกรรมการชมรมฯ ตามที่ได้กำหนดไว้  ซึ่งตำแหน่งต่าง ๆ ของชมรมฯ  ตามที่ได้กำหนดไว้  ซึ่งตำแหน่งต่าง ๆ  ของกรรมการชมรมฯ   

                   มีบทบาทและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี

1) ประธาน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรมฯ เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมใหญ่ของชมรมฯ

2)รองประธาน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมฯ ในการบริหารกิจการชมรมฯ ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานชมรมฯได้รับมอบหมาย และทำหน้าที่แทนประธานชมรมฯ เมื่อประธานชมรมฯ ไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนประธานชมรมฯ ให้รองประธานชมรมฯ ตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

3) เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมฯ ทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมฯ ในการปฏิบัติกิจการของชมรมฯ และช่วยดำเนินการบริหารจัดการแผนงาน/โครงการ ของชมรมฯ และติดต่อประสานงานที่ประธานชมรมฯ ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรมฯ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของชมรมฯ

4) เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรมฯ เป็นผู้จัดทำบัญชีงบการเงิน รายรับ รายจ่ายบัญชีงบดุลของชมรมฯ และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของชมรมฯ ไว้เพื่อการตรวจสอบ

5) ประธานฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่จัดและดำเนินงานด้านวิชาการตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการการบริหาร การรวบรวมข้อมูลข่าวาสาร องค์ความรู้เกี่ยวข้องกับงานเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว การจัดและบริหารศูนย์ข้อมูลข่าวสาร การจัดการฝึกอบรม สัมมนา ตลอดจนการส่งเสริมการศึกษาวิจัยและประสานงานกับกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการประชุมสามัญหรือสัมมนาวิชการประจำปี และปฏิบัติงานด้านวิชาการอื่น ๆ ตามที่ประธานชมรมฯ ได้มอบหมาย

6) ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของชมรมฯ เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมฯ และจัดเตรียมสถานที่สำหรับการประชุมต่าง ๆ ของชมรมฯ

7) นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรมฯ ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาชิกชมรมฯ จากสมาชิก

8) ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมฯ ให้สมาชิกและบุคคลอื่นทั่วไปรับทราบและให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายแก่สาธารณชนทั่วไป

9) กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้คณะกรรมการบริหารพิจารณากำหนดให้มีขึ้นตามแต่จะเห็นสมควร และเป็นไปด้วยความเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อรวมกับจำนวนตำแหน่งกรรมการบริหารตามข้างต้นแล้ว ต้องไม่เกินจำนวนตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ ถ้าหากคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งอื่น ก็ให้ถือว่าเป็นกรรมการกลาง 

 ข้อ 13 คณะกรรมการบริหารของชมรมฯ  ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี  และเมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว  ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระดำเนินการจัดเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่  จากนั้นทำการส่งมอบงานแก่คณะกรรมการบริหารชุดให่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง

ข้อ 14 ตำแหน่งกรรมการบริหารชมรมฯ  ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ  ก็ให้คณะกรรากรบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น  และให้ผู้ดำรางตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 15 กรรมการบริหารจะพ้นตำแหน่ง  ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระ  ด้วยเหตุผลต่อไปนี้  คือ

            15.1  ตาย

            15.2  ลาออก

            15.3  ขาดจากสมาชิกภาพ

            15.4  ที่ประชุมใหญ่ลงมติ  มีเสียงเกิน 2 ใน 3 ของที่ประชุม  ให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ 16 กรรมการบริหารที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร  ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร  เพื่อรับทราบ

ข้อ 17 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร   

            17.1  มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ  เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ  โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

            17.2  มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรมฯ

            17.3  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้  แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ  จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้ง

            17.4  มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญวิสามัญ

            17.5  มีอำนาจบริหารกิจการของชมรมฯ  เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ  ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ  ตามที่ข้อบังคับนี้ได้กำหนดไว้

            17.6  มีอำนาจบริหารกิจการของชมรมฯ  เพท่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ  ตลอดจนมีอำนาจอื่น  ๆ  ตามที่ข้อบังคับนี้ได้กำหนดไว้

            17.7  มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด  รวมทั้งการเงิน  ทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมฯ

            17.8  มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ  ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด  ซึ่งในการนี้ จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

            17.9  มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่นวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินการกิจกรมต่าง ๆของชมรมฯ ให้ถูกต้องตามหลักวิชการ  และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

            17.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของชมรมฯ  เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน  และจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

            17.11 มีหน้าที่อื่น ๆ  ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ 18 คณะกรรมการบริหารจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 3  ครั้ง  ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรมฯ

ข้อ 19 การประชุมคณะกรรมการบริหาร  จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนตำแหน่งการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร  ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 20 การประชุมคณะกรรมการบริหาร  ถ้าประธานชมรมฯ  และรองประธานชมรมฯ  ไม่อยู่ในที่ประชุม  หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง  เพื่อให้กรรมการคนใดดคนหนึ่งหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น